| pawena 的个人资料.。.:*・●•۰•●PinggYDiaZ●•۰...照片日志列表 | 帮助 |
|
1月30日 ความทรงจำ.....ภาพของฉันและเธอความทรงจำ >>> Click here to listen
ภาพของฉันและเธอ ทุกสิ่งที่เธอให้ฉัน ที่ ที่เรานั้นเดินไปด้วยกัน ปล่อยให้เป็นอดีตใส่กล่องวางทิ้งไว้ ทำเป็นลืมมันไปแต่ทำไมไม่ดีขึ้นเลย เพราะแค่เพียงหลับตา ก็เห็นภาพเธออยู่อย่างนั้น ยังไม่มีซักคืน ที่ฉันจะลืมว่ายังคงรักใคร หากฉันใช้สมองจดจำเรื่องราว ก็ยังพอจะลืมเธอได้ แต่ฉันใช้หัวใจ เก็บความทรงจำเรื่องของเรา ต่อให้พยายามสักเท่าไร แต่ก็ทำได้เพียงแค่ทิ้งเรื่องราวรอบๆกายไป อยากจะทิ้งเธอไปให้ไกล แต่ความรักกลับยิ่งฝังลึกในใจขึ้นทุกที จะทำไงให้ตื่น จากคืนที่ฉันฝัน ว่า..ยังมีเธอ ทั้งที่ความจริง..ไม่มี เพราะแค่เพียงหลับตา ก็เห็นภาพเธออยู่อย่างนั้น ยังไม่มีซักคืน ที่ฉันจะลืม ว่ายังคงรักใคร หากฉันใช้สมองจดจำเรื่องราว ก็ยังพอจะลืมเธอได้ แต่ฉันใช้หัวใจ เก็บความทรงจำเรื่องของเรา ต่อให้พยายามสักเท่าไร แต่ก็ทำได้เพียงแค่ทิ้งเรื่องราวรอบๆกายไป อยากจะทิ้งเธอไปให้ไกล แต่ความรักกลับยิ่งฝังลึกในใจขึ้นทุกที หากฉันใช้สมองจดจำเรื่องราวก็ยังพอจะลืมเธอได้ แต่ฉันใช้หัวใจ เก็บความทรงจำเรื่องของเรา ต่อให้พยายามสักเท่าไร แต่ก็ทำได้เพียงแค่ทิ้งเรื่องราวรอบๆกายไป อยากจะทิ้งเธอไปให้ไกล แต่ความรักกลับยิ่งฝังลึกในใจขึ้นทุกที จะทำอย่างไรถึงจะลืมเธอ ได้เสียที 1月29日 ช่วงชีวิต.....ช่วงชีวิตนี้......ฉันเห็นว่าเป็นช่วงที่มีความสำคัญอย่างมาก
ในการเลือกคนที่จะเป็นคนสำคัญในอนาคต
ถ้ายังไม่แน่จัยอะไรก็ควรคิดให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจทำอะไร
ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เมื่ออยู่ในช่วงชีวิตนี้
เราควรจะรู้ว่าเรามีวุฒิภาวะที่มากขึ้นทุกวันแล้ว
การพัฒนา สติปัญญา ควรจะมีควบคู่กันไปด้วย
บางทีก็ขัดกับความรู้สึกของตัวเองอย่างมาก
ก็ต้องฝืนทำ ชีวิตคนเราคงต้องฝืนความรู้สึกกันมั่ง
เพื่อให้ได้มีการฝึกจิตใจให้เปนไปตามทำนองคลองธรรมและความถูกต้อง
เมื่อเลือกความถูกต้อง บางทีก็ต้องตัดความรู้สึกทิ้งไป
เมือความถูกต้องเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ
ความรู้สึกก็ควรถูกระงับไว้ให้มีอยู่แต่ภายใน
ไม่ควรแสดงออกมามากนัก ควรจะเก็บและกดให้มันอยู่ข้างใน
เมื่อต้องฝืนตัวเอง....ก็กลายเป็นภาระความทุกข์ที่จะต้องแบกรับ
เนื่องจากไม่สมหวังในสิ่งที่อยากได้ หรือไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของคนอื่นได้
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งมันคงจะจางไป
ถึงแม้จะต้องเสียใจหรือทุกข์กับสิ่งที่ตามมาจากการตัดสินใจ
ก็ยังภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกว่า ได้เดินมาถูกทางแล้ว
ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คือไม่เบียดเบียนผู้อื่น
การไม่เบียดเบียนผู้อื่นก็ถือเป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง
ซึ่งบางทีคนอื่นไม่อาจมองเห็นได้ ไม่อาจรู้สึกได้
เพราะคนเราคาดหวังการแสดงออกความรักในมุมที่ต่างกัน
ตอนนี้กำลังเป็นห่วงตัวเองว่าจะจัดการความทุกข์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
เคยอ่านหนังสือท่าเขียนไว้ดีมาก ในเรื่องการจัดการความทุกข์
ทุกข์เพราะคิดผิด......ทุกเพราะไม่เข้าใจในโลกธรรม
โลกธรรมก็คือ มียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ
มีสรรเสริญมีนินทา และมีสุขก็ต้องมีทุกข์
มันเป็นเช่นนั้นเอง....ทุกสิ่งทุกอย่างเปนเพียงสักว่าความรู้สึก
เมื่อเราได้พ้นเวลาแห่งความสุขไปแล้วก็ถึงตอนที่จะต้องยอมรับความทุกข์
ให้มันได้ผ่านเข้ามาแล้วมันก็จะผ่านไป......มันเป็นเช่นนั้นเอง (ตถตา)
คนทุกคน ถ้าใช้เวลานิดหนึ่ง ความเจ็บปวดที่เราได้รับ
มันไม่ทำให้ใครตายหรอก....แค่อ่อนแอไปพักหนึ่งเท่านั้น
ความจริงจิตใจของมนุษย์ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทนกับ
ความทุกข์ได้ทุกรูปแบบมากกว่าสัตว์ในสายพันธ์เดียวกัน
แต่เรามักจะไม่รู้ถึงศักยภาพพิเศษของใจคนตรงนี้กัน
พอความทุกข์เกิดขึ้นนิดหน่อย ก็ทำร้ายตนเองเพื่อหนีทุกข์
ทั้งๆที่ถ้าเขาทนไปอีกหน่อย
ความทุกข์มันก็จะลดลงความเข้มข้นของมันลงมาเอง
แล้วใจก็จะปรับดุลยภาพได้เองในเวลาอันรวดเร็ว
ท่านว่า.....ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของจิตและธรรมชาติของความทุกข์อย่างนี้
เวลาทุกข์หนาสาหัสก็ควรใจเย็นๆ ท่องคาถาไว้ว่า
สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับ เป็นธรรมดา
เวลาทุกข์จึงอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ อย่าเพิ่งทำร้ายตัวเอง
รอดูความเป็นไปของทุกข์ไปพลางๆ ก่อน
เมื่อดีกรีความทุกข์มันเข้มข้นถึงที่สุดแล้วทุกอย่างจะแตกดับไปเอง
หากทุกข์ด้วยเรื่องใดก็ตาม ควรเดินออกมาจากสภาพแวดล้อม
ที่หล่อเงี้ยงความทุกข์เสียให้เร็วที่สุด
คนส่วนใหญ่เวลามีปัญหาเที่ยวปรึกษาคนทั้งโลก
ใครก็ตอบเขาไม่ได้ แต่ถ้าเขาไปฟังเสียงหัวใจตัวเอง
เขาจะรู้ ใครก็ตามที่เติบโตมาจากข้างใน
คนอย่างนี้จะเติบโตจริงๆ คนทุกคนจะต้องตายไปในเบื้องหน้า
แล้วก็มีความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา
เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาท ควรรู้ให้เท่าทันความทุกข์และจัดการกับมันให้ถูกวิธี
ถึงแม้ฉันจะต้องเสียใจและเป็นทุกข์ในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ
แต่ก็เชื่อว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและควรภูมิใจกับมัน
และภูมิใจกับตัวเองที่สามารถฝืนสัญชาตญาณและกิเลสที่มีอยู่ในตัว
เพื่อเป็นพิ้นฐานในการพัฒนาจิตใจและเจริญสติต่อไป
และถึงแม้ว่าเค้าคนนั้นจะเข้าใจผิดถึงเจตนาที่ฉันกำลังทำอยู่นี้
สักวันฉันก็เชื่อว่าเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันตัดสินใจ
และเขาก็ยังสามารถที่จะรับรู้ถึงความรู้สึกดีที่ถึงแม้จะเปลี่ยน
ไปเป็นอีกรูปแบบนึง และก็เชื่อว่ายังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกดีๆ
ที่มีให้กัน ว่ามันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย
สายลม
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ที่ฉันและเธอห่างไกลตั้งแต่วันนั้น
อยากขอแค่เพียงสักวัน ให้เราได้มาพบกันเหมือนวันเก่า
แม้ไม่อาจเป็นดั่งใจที่ต้องการ เราต่างรู้
คงไม่นานเกินเฝ้ารอ จะจำไว้เสมอ
เมื่อได้ที่สายลมพัด ดั่งมีความรักมาช่วยปลอบความเหงาใจ
ไม่ว่าตัวเธออยู่ไหน ลมจะเป็นเหมือนดังใจที่ห่วงใยกัน
เพราะรักก็เป็นเหมือนลมที่โอบกอดฉัน....
แม้มองไม่เห็น แต่ฉันรู้สึกถึงเธอ.....
แค่นึกว่าได้เจอกัน หรือว่าพบในฝัน ฉันก็สุขใจเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอ.....จะเป็นแบบเดิม และคิดถึงกันหรือเปล่า
ลมจะพักมาจากทิศใดก็ตาม
สายลมเป็นดั่งสายใยเชือ่มใจเราไว้ไม่ขาด
ให้เราผูกพันแม้ต้องห่างกัน......
แม้มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้เสมอ......
1月28日 สมองกับหัวใจ และ เหตุผลกับความรู้สึกเมื่อความรักเกิด เราจะใช้อะไรพิจารณามันดีนะ ว่าเราควรจะจัดการกับมันอย่างไร
ความรัก เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจ
เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ความรู้สึกต่างๆ ก็ตามมา ไม่ว่าจะ อยากมี อยากเป็น
อยากมีเขาไว้ในครอบครอง อยากเป็นอะไรที่สำคัญกว่าคนอื่น
ไม่อยากให้เขาไปไหน อยากให้เขาอยู่กับเราไปนานๆ
อยากให้เขาอยู่กับเราคนเดียว.....อยากให้เขาอยู่กับเราตลอดไป
แต่สิ่งต่างๆ ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน.....
ทุกอย่างแปลี่ยนแปลงไปตามกาลและเวลา
โดยเฉพาะใจคนเรา......เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุด
ใจคนเรานี้......ยากแท้หยั่งถึง
สิ่งที่เราเห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด
ที่เขาบอกเราว่าเขาจริงใจ เขาเป็นอย่างนั้นจริงหรือ
ทุกอย่างจึงต้องมีความจำเป็นที่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ต้องใช้เวลาเพื่อที่จะเรียนรู้กัน เพื่อให้ได้ทราบอย่างถ่อแท้ว่า
สิ่งที่เห็นอยู่นั้น.....มันใช่ธาตุแท้ที่อยู่ข้างในของเขาหรือไม่
แต่มนุษย์ส่วนมากมักไม่ค่อยให้เวลากับการเรียนรู้
ยิ่งคนเราเวลาคบกัน มันยิ่งจะทำให้ตาบอดมากกว่าตาสว่าง
แทนที่จะเรียนรู้ ก็ใช้ อารมณ์ เป็นหลัก เลยทำให้ทั้งคู่ไม่เกิดการพัฒนา
ทุกวันนี้ถึงยังทำผิดพลาดอยู่บ้างในเรื่องของความรัก
แต่ก็เก็บมาคิดทบทวน เพื่อให้เป็นบทเรียนที่ดีแก่ตัวเอง
ฉันมีความคิดเห็นว่า คนส่วนมากไปรักคนอื่น
แล้วพยายามทำร้ายคนอื่น เพราะคนเหล่านี้ไม่เห็นคุณค่าของชีวิต
จึงคิดว่าคนอื่นก็คือเกม เกมที่มีผู้แพ้ผู้ชนะ ใครเป็นต่อก็ดีไป
ใครเป็นรอง เล่นไม่เก่ง ก็เสียเปรียบและเสียใจกันไป
สิ่งที่ควรคิดและทบทวนอยู่เสมอนั้นก็คือ
ต้องระวังอย่าให้ชีวิตของเรา ซึ่งเป็นสิ่งสูงค่าที่สุด
ในบรรดาสิ่งที่เรามีอยู่ ถูกใครประเมิณค่า
ว่าเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของเกมที่เขากำหนดขึ้น
ถ้าเขารู้ว่าชีวิตเป็นสิ่งสูงค่า เขาก็จะเคารพคุณค่าของคนอื่นด้วย
ถ้าคุณเคารพคุณค่าของชีวิตตัวเอง ก็จะทำร้ายคนอื่นน้อยลงด้วย
สำหรับฉันในตอนนี้ บอกตรงๆ ว่ากลัวเจ็บ มนุษย์ทุกคนกลัวเจ็บ
โดยเฉพาะเจ็บทางใจ มันเป็นอะไรที่ทรมานมาก
เหมือนมีอะไรมาแทง......เสียดเข้าไปในร่างกาย
ถ้าไม่ดึงของมีคมนั้นออก ปล่อยไว้อยู่อย่างนั้นก็ตาย
แต่ถ้าจะกลั้นใจดึงของมีคมนั้นออก เพื่อที่จะได้มีชีวิตรอด
ก็ต้องเตรียมใจว่า มันต้องเจ็บมากแน่ๆตอนดึง
แต่หลังจากนั้น มันจะค่อยๆดีขึ้นเอง หลังจากรักษา
ฉันคิดว่า ฉันจะทำทุกอย่างที่ฉันทำได้
ถ้าฉันเริ่มรู้ว่ามันทุกข์ แล้วเริ่มรู้ว่าไม่มีความสุข
ฉันก็คงจะหาทางที่ไม่ยุ่งกับสิ่งเหล่านั้นอีก....
ฉันไม่รู้ว่าฉันกลายเปนคนมีสติคิดได้ หรือกลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงกันแน่
เรื่องของฉันตอนนี้......ฉันพยายามจะให้ความสมดุลเกิดขึ้น
ระหว่าง สมองและหัวใจ ระหว่างเหตุผลและความรู้สึก
ฉันไม่อยากทำร้ายใคร และฉันไม่อยากทำร้ายตัวเอง
ถ้าเราหาจุดสมดุลนั้นได้ ความรักก็น่าจะเป็นสิ่งที่รื่นรมย์น่าค้นหา
แต่คนส่วนใหญ่ใช้อารมณ์มากๆ ปัญญาก็จะน้อย มีแต่จะฟาดฟันกัน
คนที่มีปัญญามากๆ ก็จืดสนิท เพราะจะทำอะไรก็ใช้แต่เหตุผล
รักของฉันถ้าจะให้สมดุลก็คือ การพร้อมที่จะปล่อยวาง
การปล่อยวางนั้น ไม่ได้หมายถึง ความเย็นชา
ฉันเชื่อว่าการที่เราไม่ได้ทำร้ายใคร
การที่เราไม่ได้เบียดเบียนใคร
ถือเป็นการแสดงความรักในรูปแบบหนึ่งแล้ว
ฉันได้ประเมิณค่าของตัวฉันเองแล้วพบว่า
สิ่งที่ฉันได้กระทำอยู่ตอนนี้ ทำให้ฉันรู้สึกด้อยค่าลงไปมาก
ฉันแค่อยากจะเป็นคน คนนึงที่อย่างน้อยก็มีความสามารถในการเลือก
จำแนกแยกแยะบ้างว่าฉันควรมีท่าทีอย่างไร ถ้าเจอกับใคร
ถ้าได้แต่เอาหัวใจนำทางไป ก็รังแต่จะตาบอด มองวัตถุเพียงด้านเดียว
ผู้หญิงที่ยอมให้หัวใจนำทางเพียงอย่างเดียว
จึงเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารมาก......
อะไรก็ตามที่ได้มาง่ายๆ เขาก็จะรู้สึกว่ามันเป็นของไม่มีค่า
เพราะฉะนั้นได้มาง่าย ก็เสียไปง่าย ไม่แคร์ ไม่รู้คุณค่า
การที่เราจะให้ใครมาเห็นคุณค่าของเรา
สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องเห็นคุณค่าของตัวเองด้วย
ถ้าเราเองไม่เห็นคุณค่าตัวเองเลยก็แน่นอนที่สุด
ที่จะถูกคนอื่นเขาหลอกใช้......เขาจะมองว่า
เราเป็นแค่เครื่องมือให้เขาเล่นสนุกก็เท่านั้นเอง
1月25日 โดดเดี่ยวแต่ไม่เดียวดาย......เราสามารถมีความสุขโดยไม่ขึ้นต่อคนอื่นได้ มันทำให้เราเป็นตัวของตัวเองได้ทั้งทางปัญญา ทางบุคลิกภาพ และทางกายภาพ
"ตัวอยุ่ไหน ใจอยู่นั่น" เมื่อตัวกับใจของเราอยู่ด้วยกันด้วยความรู้ตัวทั่วพร้อม เราจะไม่ถูกความคิดพาฟุ้งไปในอดีต และอนาคต เราจะเต็มและตื่นอยู่ในปัจจุบันขณะเหมือนกับดอกไม้ที่ผลิบาน มีสีกลิ่นน้ำหวานสมบูรณ์พร้อมอยู่ในตัวเอง ไม่เรียกร้องอะไรจากใคร เพราะสิ่งทีควรเรียกร้องนั้นมันเต็มอยู่แล้วในใจเรา คนที่เต็มและตื่นจึงไม่เหงา คนที่รอว่ากว่าจะมีความสุข ต้องมีคนอื่นช่วยให้เรามีความสุข เช่น ให้เขาโทรมาหา หรือเปนเพื่อนคุย อันนี้เป็นความสุขที่ขึ้นต่อคนอื่น แต่ถ้าเราเจริญสติแล้วอยู่กับตัวเองได้ เราก็จะมีความสุขโดยที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับคนอื่น บางทีความสุขชนิดนี้มากกว่าความสุขที่เราเคยได้รับจากการที่คนอื่นหยิบยื่นมห้อย่างไม่มีทางเปรียบเทียบได้เลย เพราะเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง อยู่ด้วยตัวเอง แล้วก็อยู่ภายใต้ลมหายใจอย่างมีความสุข โดยพึ่งคนอื่นน้อยลง แต่การพึ่งคนอื่นน้อยลงไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนเย็นชา คนที่เจริญสตินั้น ควรเป็นคนที่มีชีวิตชีวามากกว่า ทำงานอะไรก็ปราณีต บริหารอารมณ์ก็ดีด้วย ความรักเป็นเหมือนดอกกุหลาบมีกลิ่น มีสี มีหนาม ทำให้เราเจ็บได้และทำให้เราสุขได้ แต่รวมกันแล้วดอกกุหลาบก็ยังเป็นสิ่งสวยงามอยู่ดี เพราะดอกไม้คือสิ่งที่สวยงาม ความรักก็เช่นเดวกัน ถ้าเรารู้ว่ากุหลาบเป็นธรรมดาที่จะต้องมีหนาม ปัญหาคงไม่ใช่อยู่ที่ทำอย่างไรกุหลาบจะไม่มีหนาม แต่อยู่ที่จะจับกุหลาบอย่างไรไม่ให้ถูกหนามตำมากกว่า......เราควรจะเข้าใจความเป็นไปของโลกว่า ถ้าเรา"ยอมรัก" ก็ต้องพร้อมที่จะ "ยอมรับ" ถ้าคิดจะทำแล้วก็ต้องยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้น โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ถึงทำก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะต้องเสียใจ หรือสมหวัง โลกนี้อะไรๆก็ไม่แน่นอน ถ้าไม่ทำเราอาจจะเสียใจภายหลังที่ไม่ได้ทำ ต้องเรียนรู้ที่จะเลือกกันไป แต่อย่าลืมว่าเส้นทางของการเรียนรู้ บางคนเลือกแต่จะไม่ยอมเจ็บ ไม่ยอมผิด คนที่คิดอย่างนี้ก็ในที่สุดจะไปพยกับชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ในเส้นทางของการเลือกนั้นก็ล้มลุกคลุกคลานกันไปบ้าง ให้ถือว่าเปนสิ่งธรรมดา คนที่เคย "ล้ม" มันถึงจะรู้ว่าจะ "ลุก" ได้อย่างไร บางครั้งในระหว่างเส้นทางของการเลือก มันล้มหรือมันเจ็บ อย่าทำร้ายใคร อย่าทำร้ายตัวเอง และอย่าทำร้ายคนอื่น ขอให้คิดว่าเรากำลังอยู่บนขั้นตอนของกระบวนการวิวัฒนาการของชีวิต
ความรักนั้นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย ว่าเราจะได้เป็นเจ้าของใครหรือไม่ แต่อยู่ที่ระหว่างทางนั้นๆ เราได้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความรักได้อย่างถูกวิธี และให้อิสระกับมัน รู้จักที่จะปล่อยวาง มากกว่าการครอบครอง 1月24日 ปีใหม่ ใหม่......ตั้งนานแล้วที่ไม่ได้เข้ามาเขียนที่นี่ซะที เพิ่งจะได้มาเขียนเนี่ย หายจากวงการไปนาน ปีใหม่แล้ว......ตั้งปณิธาณไว้ให้ตัวเองประมาณ 20 ข้อได ปีใหม่ ก็ควรจะปรับปรุงตัวปรับปรุงใจใหม่ในทุกๆเรื่อง ถึงจะยังไม่ดีพอ แต่ก็อย่างน้อยก็ยังดีขึ้น รู้ว่าข้อเสียของตัวเองคืออะไร และยินดีที่จะยอมรับและพัฒนาตน เริ่มต้นปีใหม่....ก็สดใสตั้งแต่ต้นปี......เรื่องอะไรที่เปนอดีตที่ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป ปีใหม่ ก็ต้องมีอะไรใหม่เข้ามาในชีวิต......อะไรที่ผ่านมาก็ขอถือเปนประสบการณ์ ทั้งเรื่องดี และเรื่องไม่ดี มันสอนเราได้หมด .......ปีที่ผ่านมา หลังจากได้มีการทบทวนแล้ว เนื่องจากได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น........มีเวลาคิด ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ปกติแล้วชีวิตจะอยู่กับความเร่งรีบ ทำให้คนเราไม่ได้มีเวลาทบทวนเรื่องราวของตัวเองมากเท่าไหร่
เพราะมัวแต่เอาใจไปฝักใฝ่กับคนอื่น และสิ่งรอบๆตัว......
ปีใหม่นี้จึงอยากได้มีโอกาสทบทวนตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่าเราทำอะไรลงไปบ้าง เมื่อทำในสิ่งที่ผิดพลาดไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม สิ่งเหล่านั้นได้รับการแก้ไขแล้วหรือยัง จะโฟกัสกับการกระทำของตัวเองมากขึ้น จะมองตัวเอง.....จะมองตามความเปนจริง.....ทุกอย่างๆที่เกิดขึ้นล้วนเปนผลมาจากความคิดและการกระทำของตัวเองทั้งนั้น ทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว......ปีใหม่นี้ อยากจะทำดีให้มากกว่าแต่ก่อน ถึงแม้จะมีกิเลสอยู่เยอะ แต่ก็จะพยายามตัดกิเลสให้ได้มากที่สุด......เพื่อไม่ให้เกิดทุกข์มากนัก
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน อันนี้จริงมากๆ ฉันก็เปนคนหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่กระนั้นแล้ว ก็ยังทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ นั้นไม่ดีพอ ยังมีทุกข์ โกรธ น้อยใจ เสียใจอยู่.......ถ้าเรามองโลกตามความเป็นจริง มีสติรู้อยู่ตลอดเวลา เราจะไม่ทุกข์ กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเรารู้อยู่แล้ว ว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง.........แล้วสิ่งนั้นก็จะผ่านไปเหมือนกับที่ผ่านมา ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว......ตั้งแต่กลับมาเมืองไทย ฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือหลายเล่มและหนังสือเหล่านั้นก็เป็นหนังสือธรรมมะประยุกต์ ซึ่งไม่เหมือนหนังสือธรรมมะสมัยก่อน อ่านเท่าไรก็ไม่เบื่อ.......ทำให้อยากอ่านอยู่เรื่อยๆด้วยซ้ำ จึงรู้สึกเหมือนเป็นการขัดเกลาจิตใจ เพิ่มคุณค่า ความหมาย ความมั่นใจให้กับตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อใครทำอะไรให้เสียใจ โกรธ จิตตก ก็ยังมีกิเลสที่มาบังตา ให้เราเสียสติไปอยู่บ้าง แต่ก็ต้องภูมิใจว่าเมื่อล้มแล้วก็ลุกขึ้นมายืนได้เร็วกว่าเมื่อก่อน......เนื่องจากมีสติ มองโลกตามความเปนจริงมากขึ้น เมื่อมีอาการจิตตก ก็จะรู้ว่าตัวเองจิตตก และมองตนเองว่ากำลังจิตตก ถ้ายังตัดอาการนั้นไม่ได้ ขอแค่ให้มีสติรู้ว่าตัวเองกำลังจิตตก และเฝ้ามองดูมันอยู่อย่างนั้นด้วยใจที่เปนกลาง อย่าให้มันมากระทบจิตใจเรามากนัก ก็คงจะดีแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเร็วๆนี้ก็ยังทำเรื่องที่ไม่ดีอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะทำบุญทำทานแค่ไหน เพื่อให้กรรมที่เคยล่วงเกินผู้อื่นนั้นได้เบาบางลงไป.....แต่การที่เรายังละกิเลส ยังไม่ได้ถือศีลก็ถือว่ายังสละความชั่วไม่ได้อยู่ดี
การถือศีลก็คือการละเว้นความชั่ว ชั่วที่เกิดจากการกระทำ วาจา และใจ........ที่เรายังละความชั่วไม่ได้นั้นเกิดจากมีนิวรณ์ 5 ซึ่งทำให้เรารักษาศีลไม่ได้ ฉันยังสับสน กังวล ลังเล ชีวิตก็ยังสับสนอยู่กับเรื่องเดิมๆ เป็นเรื่องเดียว....ที่ยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองได้เดินถูกทางเลย ผิดตลอด แต่ในเมื่อคนเราตัดสินใจทำอะไรลงไปแล้ว ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา.....ทำอะไรย่อมได้อย่างนั้น ฉันก็รอแต่ว่าเมื่อไหร่......ฉันจะหลุดพ้นกับเรื่องเดิมๆ เสียที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น.....ก็ขึ้นอยู่กับตัวเองว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ ถ้ายังไม่เริ่ม ก็ไม่มีประโยชน์ในสิ่งที่คิดได้
อย่างไรก็ดี....ปีใหม่นี้ จะเป็นคนเข้มแข็งขึ้นในทุกๆด้าน จะเปนคนดีขึ้น และมีการปรับปรุงตัวตลอดเวลา จะหาโอกาสทบทวนตัวเอง มากกว่าที่จะวิจารณ์คนอื่น ประสบการณืที่ผ่านมาได้สอนอะไรเราเยอะ ทำให้เรามีมุมมองที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น.......ยอมรับข้อแตกต่างของคนอื่นได้มากขึ้น หวังว่าปีใหม่นี้ จะมีอะไรใหม่.....และมีแต่สิ่งดีๆที่จะเข้ามาในชีวิต หรือถึงแม้จะมีสิ่งที่ไม่ดีผ่านเข้ามา ก็จะถือว่าเป็นครู เสมือนวัคซีนที่จะฉีดหัวใจให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น หัวใจยิ่งใช้ ยิ่งแข็งแกร่ง อุปสรรคยิ่งเจอ ยิ่งทำให้เราต่อสู้ในวิธีที่ฉลาดมากขึ้น.......
ซีเรียสไปป่าววะ......อ่านแล้วเคียดป่าวอ้ะ......อ่ะเอาเพลงไปฟังกัน
ปีใหม่ใหม่......โรส ศิรินทิพย์
เดินตามถนนผู้คนมากมายไม่มีรอยยิ้ม
หลายคนก็ดูเหน็ดเหนื่อย แต่กลับไม่เป็นตามใจที่ต้องการ เราเองก็น้อยใจกับชะตาตัวเองแบบนั้น เฝ้าถามตัวเองตลอด เมื่อไหร่จะดีเหมือนคนทั่วไป อย่าท้อกันเลย หาทางใหม่ๆ ไม่ว่าปีนี้หรือว่าปีไหนต้องดีกว่าเดิม หากเราล้มจงยืน เรี่ยวแรงยังมี อย่าเก็บไปคิดแล้วไม่ต้องใส่ใจ ให้เป็นปีสุดท้าย จะไม่ยอมให้เรื่องเลวร้ายทุกทีที่เจอซ้ำๆ ฃตอกย้ำข้างในหัวใจ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้า ตื่นขึ้นมามองที่ปลายฟ้าแล้วค่อยลองเดินอีกครั้ง ชีวิตยังมีความหวังในปีใหม่ๆ เราเองก็เหงาใจจากกันคนที่มีเจ้าของ หัวใจเคยมีคนจองแต่มาวันนี้ไม่มีแม้ใคร เราเคยอิจฉาคนที่จูงมือเดินกันแบบนั้น ยิ่งเห็นก็ยิ่งโดดเดี่ยว ไม่มีใครเหลียวมามองฉันเลย เรื่องราวผ่านมา ข้ามปีต่อไป ยังมีสิ่งใหม่ที่ยังรอเราอยู่ตรงนั้น |
|
|